ขมิ้นชัน หรือเรียกสั่นๆว่า ขมิ้นและขมิ้นชันนั้นยังเป็นสมุนไพรไทยที่ใช้กันมานานนม หรือเป็นพืชสวนครัวด้วยก็ได้เพราะ ส่วนมากขมิ้นชันได้นำมาประกอบอารหาร หรือนำมาช่วยในการแต่งสีหรือเพิ่มกลิ่นให้แก่อาหารได้อีกด้วย ขมิ้นชันจึงจะเป็นที่รู้จักจักในส่วนมากในการนำมาประกอบอารอาหารนั้นเอง
ลักษณะของขมิ้นชัน จะเป็นพืชหรือสมุนไพรประเภทเหง้า เพราะขมิ้นชันนั้นจะมีหัวหรือ เหง้าหรือใต้ดิน จะเป็นจำพวกเดียวกับขมิ้นอ้อย ขิงข่า กระชายดำ กระชายแดง กระชาย กระวานเทศ กระวาน ว่านนางคำ เร่ว ว่านรากราคะ และเปราะหอม
ในขมิ้นชันนั้น จะอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ และแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับร่างกาย เช่น วิตามินA วิตามินB วิตามินB1 วิตามินB2 วิตามินB3 วิตามินC วิตามินE และธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และเกลือแร่ต่างๆ ที่ร่งกายของเรานั้นต้องใช้
ขมิ้นชัน จะอยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE ซึ่งพืชในวงศ์นี้ จะเป็นพืชที่มีหัวเหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน เช่น ขิง ข่า กระชายดำ กระชายแดง กระชาย และอื่นๆ ที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว ขมิ้นชันนั้นเป็นพืชประเภทล้มลุกที่จัดอยู่ตรกูลเดียยวกับพวก ขิงที่มีเหง้าอยู้ใต้ดินนั้นเอง
เนื้อข้างในของเจ้าขมิ้นชันนี้จะมีลักษณะเป็น สีเหลืองๆและส้มๆ กลิ่นของเจ้าขมิ้นชันนี้จะมีความหอม อันนี้ก็ขึ้นกับแต่ละบุคคลด้วยว่าชอบกลิ่นของขมิ้นชันหรือป่าว เพราะว่าคนเรานั้นจะไม่ชองอะไรที่เหมือนกันไปทุกอย่าง จะยกตัวอย่างหลักที่เห็นได้ในทุกที่คือ บ้างคนที่ชอบรับประทานทุเรียนและก็จะชอบบอกว่ากลิ่นทุเรียนนั้นหอมมาก ส่วนคนที่ไม่รับประทานทุเรียนนั้นก็จะรู้สึกในทางที่ตรงกันข้าม คือ กลิ่นทุเรียนเป็นอะไรที่ไม่พึงปราถนาที่จะได้กลิ่นเลย นั้นก็คือส่วนหนึงที่ยกตัวอย่างมากล่สวให้ฟัง กลับมาเข้าเรื่องของขมิ้นชันกันต่อดีกว่านะ เมื่อได้กล่าวถึงกลิ่นของขมิ้นไปแล้วนั้น เราจะมาดูว่าถิ่นกำเนิดของขมิ้นชันนั้น มาจากใหนกัน
ขมิ้นชันจะอยู่แถวบริเวณ แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีชื่อเรียกตามภาษาแต่ละท้องถิ่นนั้นว่า ขมิ้นหัว ขมิ้นชันขมิ้นแกง หมิ้น ขี้มิ้น ขมิ้นหยอก ก็ที่เคยกล่วไปครั้งก่อนว่า ขมิ้นชันนั้นส่วนมากคนจะรู้จักเพราะว่านิยมมาประกอบอาหาร ชื่อในแต่ละที่ จึงจะคล้ายการทำอาหารเช่นขมิ้นแกง นั้นเอง
ประโยชน์ที่จะได้รับจากขมิ้นชันนั้นมีมากมายมหาศาล เพราะว่าขมิ้นชันไม่ได้เป็นแค่พืชที่ใช้ในการนำมาเพื่อประกอบอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาโรคต่างได้มากมายหลายชนิดอีกด้วย ซึ่งคนสมัยก่อนได้ใช้ขมิ้นชันมาใช้เพื่อเป็นยารักษามานานมากว่า 4000-5000 ปีมาแล้ว จึงไม่แปลกใจเลยว่าขมิ้นชันนั้นจะมีประโยชน์และเป็นที่รู้จักมากอย่างกว้างขวาง ในขมิ้นชันจะมีสารสำคัญๆ ที่ชื่อว่าเคอร์คิวมินอยู่ ซึงการที่จะได้สารที่ชื่อว่าเคอร์คิวมินนั้น จะต้องรอเก็บเกี่ยวขมิ้นชันในช่วงที่เหง้าออกมาเต็มที่ หรือต้องให้เหง้ามีอายุมากพอที่จะสามารถเก็บเกี่ยวได้นั้นเอง ก็จะอยู่ที่ประมาณ 8-11 เดือน และควรเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีแสงแดดมากหรือไม่ให้โนแสงแดดได้ก็ดี เพราะแสงแดดที่ส่องใส่ขมิ้นชัน จะทำให้น้ำมันหิมระเหยหายไปจากหัวขมิ้นชันจนหมด และไม่ควรเก็บขมิ้นชันไวนานเกิน เพราะจะทำให้คุณประโยชน์ที่อยู่มนขมิ้นชั้นนั้นเสื่อมสภาพหมดไปกอ่นที่จะนำมาใช้
สรรพคถณเด่นๆของ เจ้าขมิ้นชันนั้นมีดังนี้
ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรไทยที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยในการลดการเกิดริ้วรอยได้ในคนที่เริ่มมีอายุ ขมิ้นชันสามารถเสริมสร้างภุมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับผิวพรรณได้อีกด้วย ขมิ้นชันสมารถนำมาเป็นยารักษาโรคต่างๆ ได้หลายโรคเช่น โรคเกาต์ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคครูมาตอยด์ ช่วยลดอาการอักเสพ ลดอาการไข้หรืออาการแพ้ หรือคนที่หายใจไม่ค่อยสะดวก ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และยังช่วยลดอาการต่างๆได้อีกมากมาย และยังเป็นส่วนผสมของตัวยาที่ใช้ช่วยรักษาโรค อื่นๆ ที่ยังไม่ได้กล่าว ข้างต้นได้อีกมากมาย
อ้างอิงจาก:เว็บวิกิเดีย สนุกพเดีย สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
เรียเรียงข้อมูลใหม่เกือบทั้งหมดโดย rollitel
วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ชมิ้นชัน ราชันแห่งสมุนไพรไทย
12/04/2557
wanthaiblog


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น